อาลัยแด่ซามิรออ์

เมื่อกล่าวถึงซามิรออ์บางคนอาจไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร เป็นชื่อคน สถานที่ เมือง หรือว่าอื่น ๆ ในความเป็นจริงซามิรออ์คือชื่อจังหวัดเล็ก ๆ จังหวัดหนึ่งตั้งอยู่ที่ประเทศอิรัก พลเมืองในจังหวัดนี้ร้อยเปอร์เซ็นเต็มเป็นมุสลิมส่วนใหญ่เป็นมุสลิมนิกายชีอะฮฺ และบางส่วนเป็นมุสลิมนิกายซุนนีย์

ซามิรออ์ ในอดีตเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มิใช่น้อย หลังจากอิสลามเปลี่ยนเมืองหลวงจากนครมะดีนะฮฺมายังเมืองกูฟะฮฺ ทำให้ประเทศอิรักมีความสำคัญขึ้นมาทันทีทันใด เนื่องจากในสมัยของเคาะลิฟะฮฺมุอ์ตะซิม อับบาซีย์ ในสัมัยนั้นมีกลุ่มชนหลายเผ่าพันธุ์หลั่งไหลเข้าสู่อีรักไม่ว่าจะเป็นพวกบุรเดะฆอน ตุรกีย์ บัรบัร และพวกุบฏีย์ พวกเขาสร้างความวุ่นวายและเราะรานพลเมืองท้องถิ่นพอสมควร ประกอบกับการหลั่งไหลของพวกเขาทำให้นครแบกแดดเวลานั้นคับแคบลงถนัดตา ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้มุอ์ตะซิม อับบาซีย์ต้องขนย้ายกองทหารออกไปนอกนครแบกแดด ด้วยเหตุนี้ เคาะลิฟะฮฺมุอ์ตะซิม จึงดำหริให้สร้างเมืองซามิรออ์ขึ้นมา หลังจากนั้นจึงได้ขนย้ายกองทหารและพระราชวังของเคาะลิฟะฮ์ไปยังเมืองซามิรออ์ ประมาณปี ฮ.ศ. ที่ 220 (ค.ศ. 800) หลังจากย้ายกองทหารและพระราชจากแบกแดดไปยังซามิรออ์แล้ว ทำให้ประชาชนในแบกแดดสบายใจและมีความคล่องตัวขึ้น

ซามิรออ์ นอกจากจะเคยเป็นที่เมืองหลวงในสมัยของเคาะลิฟะอ์มุอ์ตะซิม วาซิก มุตะวักกิล มุนตะซิร มุซตะอีน และมุิ์อ์ตัซ แล้วยังเป็นเมืองหลวงสำหรับเคาะลิฟะฮฺมุฮ์ตะดีย์ และมุอ์ตะมัดอีกต่างหาก แต่เนืองจากว่าชนเผ่าตุรกี บัรบัร และกุบฏีย์ที่หลั่งไหลเข้าสู่อีรักได้สร้างความวุ่นวายและก่อกวนไม่หยุดหย่อน ถึงขั้นที่ว่าจะปฏิวัติยึดอำนาจด้วยซ้ำไป ด้วยเหตุนี้เอง เคาะลิฟะฮฺจึงได้มีดำหริให้ย้ายเมืองหลวงกลับมายังนครแบกแดดเช่นเดิม

สมัยที่ซามิรออ์เป็นเมืองหลวงของอิสลามได้ขยายพื้นที่กว้างออกไปถึง 50 กิโลเมตร เป็นหนึ่งในเมืองที่มีความสวยงาม แต่หลังจากย้ายเมืองหลวงกลับไปสู่แบกแดดทำให้เมืองซามิรออ์มิิได้รับการเอาใจใส่ดูแลจึงค่อย ๆ เสื่อมสลายไปในที่สุด ปัจจุบันเมืองซามิรออ์เป็นสถานที่ฝังพระศพของท่านอิมามอะลีฮาดีย์ และอิมามฮะซันอัซการีย์ (ขอความสันติพึงมีแด่ท่านทั้งสอง) บิดาของท่านอิมามมะฮฺดีย์ (ขอความสันติพึงมีแด่ท่าน)

เมือวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2549 (23 มุฮัรรอม 1426) เวลาท้องถิ่นประมาณ 7.00 น. ได้มีกลุ่มโจรก่อการร้ายผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของทำเนียบขาว ก่อวินาศกรรมโดยการวางระเบิดบริเวณโดมของฮะรัมที่ฝังพระศพของท่านอิมามทั้งสองจนพังพินาศย่อยยับ

อะไรคือสาเหตุของการลอบวางระเบิดที่ซามิรออ์

1. หากพิจารณาย้อนหลังไปไม่นาน นับตั้งแต่มีการลอบวางระเบิดตึกเวิลเทรดเมื่อวันที่ 11 กันยายน สองปีที่ผ่านมา ตัวละครที่ชื่อว่าอุซซามะฮฺ บินลาดิน ก็ได้ผุดขึ้นมาและมีความสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ ไปตามลำดับ ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ประกาศทันที่ว่ากระกระทำครั้งนี้เป็นฝีมือของกลุ่มอัลกออิดะฮฺ โดยมีบินลาดินเป็นผู้นำ ทั้งที่ไม่มีเหตุผลชี้แจงต่อชาวโลก ต่อมารัฐบาลอเมริกาเริ่มส่งกองทหารเข้าถล่มประเทศอัฟกานิสถาน จนวินาศย่ิอยยับแถบจะไม่เหลือพื้นที่ปลอดภัยให้เห็น เพื่อปราบปรามโจรก่อการร้ายที่ชื่อ อุซซามะฮฺ บินลาดิน ลูกศิษย์ในสำนักของทำเนียบขาวที่อุตส่าห์อบรมเลี้ยงดูมาจนเติบใหญ่ และเมื่อถึงเวลาใช้งานจึงต้องออกมาแสดงไปตามบทที่ผู้กำกับคือรัฐบาลอเมริกากำหนดให้เล่น จนบัดนี้เวลาได้ผ่านล่วงเลยไปสองปีกว่าแล้วแต่รัฐอเมริกาที่อ้างว่ามีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดก็ยังไม่สามารถจับโจรอย่างบินลาดินได้ ทั้งที่ไม่มีพื้นที่ใดในอัฟกานิสถานที่อเมริกายังไม่ได้ทิ้งระเบิด อเมริการตั้งใจไม่จับ ต้องการปล่อยให้บินลาดินเป็นอิสระเพื่อเป็นเครื่องมือต่อรองให้กองทหารของตนอยู่ในอัฟกานิสถานต่อไป หรือว่าไร้ความสามารถในการจับกุมน่าสงสัยอยู่ อเมริกาคิดอยู่คนเดียวว่าตนเองฉลาด ขณะที่ไม่มีมนุษย์หน้าไหนบนโลกนี้โง่เขลาเบาปัญญาเหมือนรัฐบาลอเมริกา

2. ยังไม่ทันปราบ อุซซามะฮ์ บินลาดิน สำเร็จรัฐบาลอเมริกาตัองรีบไปปราบลูกศิษย์ก้นกุฏิอีกคนหนึ่ง ในฐานะที่เป็นมหาโจรที่ไม่มีความหมายสำหรับทำเนียบขาวอีกต่อไป นั่นคือซัดดัม ฮุซเซ็น อดีตประธานาธิบดีของอิรัก กองทหารต่างชาติพันธมิตรของอเมริกาได้หลั่งไหลเข้าสู่อิรักตามคำขู่ของอเมริกา เพื่อไปปราบหัวหน้าโจรก่อการร้ายตามนามสมมุติที่อเมริกาตั้งให้ ระยะเวลาเพียงสองปีทรัพย์พยากรณ์และน้ำมันดิบของประเทศอิรัก ถูกมหาโจรอย่างอเมริกาปล้นไปเป็นจำนวนมหาศาล บ้านเมืองถูกทำลายให้พังพินาศย่อยยับ ผู้ค้นถูกฆ่าตายนับจำนวนไม่ถ้วน แม้ว่าในระยะหลังรัฐบาลส่วนใหญ่ที่เพิ่งรู้ตัวว่าถูกอเมริกาหลอกให้เป็นพวก ได้พยายามถอนกองทหารของตนออกจากอิรักแล้วก็ตาม แต่กระนั้นก็ยังเหลือกองทหารของมหาโจรคืออเมริกา และรองมหาโจรคืออังกฤษ ซึ่งทหารทั้งสองประเทศนี้มีพฤติกรรมที่เลวร้ายยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานตัวใดบนโลกนี้ ส่วนน้อยที่ท่านผู้อ่่านทั้งหลายได้เห็นพฤติกรรมอันชั่วร้าย ที่พวกเขาได้กระทำกับชาวอิรักบนหน้าหนังสือพิมพ์ หรือทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งยังมีความชั่วร้ายอีกมากมายของพวกสัตว์เดรัจฉานจำพวกนี้ ที่ไม่ได้ถูกเผยแผ่ให้ผู้คนส่วนใหญ่ได้ดู

3. รัฐบาลอเมริกาลงทุนไปไม่น้อยเพื่อต้องการควบคุมอิรักให้อยู่ในกำมือให้ได้ เพราะเขาทนไม่ได้ที่อิรักจะจัดตั้งรัฐบาลขึ้นปกครองตามระบอบอิสลาม เฉกเช่นอิหร่าน เพราะอิหร่านประเทศเดียวอเมริกาก็แทบจะเป็นบ้าเป็นหลังอยู่แล้ว ถ้าอิรักปกครองในระบอบอิสลามอีกประเทศหนึ่ง ต่อไปรัฐบาลอเมริกาก็จะไม่มีผู้ใดเกรงขาม ฉะนั้น รัฐบาลอเมริกาจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อสกัดกั้นไม่ให้รัฐบาลอิสลามเกิดในอิรัก หรือถ้าจะเกิดก็ต้องเกิดไปตามที่ตนกำหนด ดังนั้น อเมริกาจึงได้ทุ่มทุนหลายพันล้านเหรียญสหรัฐให้กับกลุ่มต่าง ๆ เพื่อสกัดกั้น ต่อรอง หรือแม้แต่กลุ่มของอัลกออิดะฮฺ ซึ่งบนพื้นฐานเดิมเป็นแนวคิดศาสนาสายใหม่ที่อเมริกาจัดตั้งขึ้นมาให้ก่อกวน และเราะรานมุสลิมนิกายอื่น ตลอดจนศาสนิกอื่นที่มีการปฏิบัติไม่เหมือนกับตนเอง แต่หน้าสังเกตว่าอัลกออิดะฮฺ ไม่เคยเราะรานพวกยิวเลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งที่ยิวคือบิดาแห่งมหาโจรก่อการร้าย พวกเขาเข่นฆ่าชีวิตของพี่น้องปาเลสไตน์ไม่เว้นแต่ละวัน แต่อัลกออิดะฺฮ์กับไม่สนใจที่จะต่อกรกับยิว หรือว่าชีวิตพี่น้องมุสลิมชาวปาเลสไตน์ไม่มีความหมาย หรือว่าอัลกออิดะฮฺก็คือยิวที่แฝงตัวมาในคราบของมุสลิม โดยเอาศาสนาอิสลามบังหน้า ดังนั้น การเข่นฆ่า การวางระเบิดเพื่อสังหารชีวิตบุคคลสำคัญนับตั้งแต่อายะตุลลอฮฺ บาเกร ฮะกีม เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ล้วนเป็นฝีมือของอัลกออิดะฮฺ มือปืนรับจ้างของอเมริืกาทั้งสิ้น

4. อเมริกาพยามสกัดกั้นไม่ให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในอิรัก โดยมีข้ออ้างต่าง ๆ นานา เช่น อ้างว่าไม่มีความมั่นคงในการเลือกตั้ง เมื่อไม่สำเร็จก็พยายามกำหนดให้มีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปตามที่อเมริกาต้องการ อีกทั้งมีการสนับสนุนกลุ่มต่าง ๆ ตามเจตนารมณ์ของตนให้มีบทบาทขึ้นมาต่อสู้กับพรรคเอกภาพของท่านฮะกีม น้องชายของอายะตุลลอฮฺ บาเกร ฮะกีม ที่พวกเขาได้สังหารไปเมื่อสองปีที่แล้ว แต่ในที่สุดอเมริกาก็พ่ายแพ้อีก เพราะพรรคเอกภาพของท่านฮะกีมได้รับความไว้วางใจจากประชาชนส่วนใหญ่ ลูกพรรคของท่านได้รับการเลือกเข้ามาอย่างท่วมท้น และเป็นผ่ายชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงข้างมาก พรรคของท่านจึงเป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาล ขณะนี้อิรักได้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่เรียบร้อยแล้ว เป็นรัฐนูญปกครองตามระบอบอิสลาม โดยมีพระมหาคัมภีร์อัล-กุรอานเป็นธรรมนูญสูงสุดในการปกครองประเทศ เท่ากับว่าอิรักเป็นรัฐบาลอิสลามอีสลามอีกประเทศหนึ่ง แม้ว่าในปัจจุบันยังไม่เสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นก็ตาม และนี้เป็นความพ่ายแพ้ครั้งยิ่งใหญ่ของอเมริกาอีกครั้งหนึ่ง

ครั้นเมื่อมีประกาศให้มีการเลือกตั้งทั่วไปเป็นครั้งแรกในปาเลสไตน์ กลุ่มนักต่อสู้เพื่อปลดปล่อยปาเลสไตน์ชื่อว่า ฮามาส ได้ร่วมลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ด้วย แต่นับตั้งแต่ก้าวแรกเมือมีการประกาศรับสมัครการเลือกตั้ง กลุ่มฮามาสก็ได้รับการกีดกันโดยการแทรกแซงของอเมริกา โดยอ้างว่าเป็นกลุ่มติดอาวุธ หัวรุนแรง ซึ่งเป็นอันตรายต่อประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมหาโจรแห่งยิวไซออนิสต์ แต่ความพยายามของอเมริกาไม่ประสบความสำเร็จ เมื่อผลการเลือกตั้งถูกประกาศออกมาว่ากลุ่มฮามาส เป็นฝ่ายชนะการเลือกตั้งทั่วไป มันเป็นความพ่ายแพ้ที่บอบช้ำอย่างยิ่งสำหรับรัฐบาลอเมริกา ฉะนั้น อเมริกาจะทำอย่างไร เมื่อเขาพ่ายแพ้ทุกเวที ที่เขาออกโรงแสดงอย่างสุดตัว ไม่ว่าจะเป็นในอัฟกานิสถาน อิรัก และปาเลสไตน์

5. ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ประกาศเสมอว่าสงครามระหว่างคริสเตียนและอิสลามต้องถูกฟื้นฟูขึ้นมาอีก บุชได้วางแผนทำลายอิสลามอย่างไร เขาได้เริ่มแผนการร้ายชนิดที่โง่เขลาทีี่สุดก็ว่าได้ หรืออาจเป็นเพราะว่าพระเจ้าได้ถอดถอนสติปัญญาออกไปจากเขาแล้ว ไม่มีใครรู้ได้ เมื่อเขาได้กำหนดให้เดนมาร์ก ประเทศที่พลเมืองส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ ไม่เคยมีบทบาทในทางเสีย หรือข้อขัดแย้งใด ๆ กับอิสลามมาก่อน มีสัญญาการค้ากับประเทศอิสลามเกือบทุกประเทศ มิหนำซ้ำยังเป็นประเทศที่ต้อนรับผู้ลี้ภัยชาวมุสลิมไว้เป็นจำนวนมากมาย แต่เมื่อเขาถูกวางตัวให้เป็นผู้แสดงตามคำสั่งของประธานาธิบดีประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช เขาจึงต้องแสดงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การใช้ให้เดนมาร์กเป็นผู้ดำเนินการก็เพื่อลดกระแส และเบี่่ยงเบนการเผชิญหน้าของอิสลามกับยิวไซออนนิสต์มาเป็นคริสเตียนแทน เพื่อให้อิสลามเผชิญหน้ากับคริสเตียนแทนยิวโจรก่อการร้ายตัวจริง แต่ทุกฝ่ายต่างรู้เท่าเทียมอเมริกากันทั้งสิ้น

จุดประสงค์สำคัญของการแผนการคือ ต้องการขจัดอิสลามให้สิ้นซากเพราะเมื่อพระศาสดามุฮัมมัด (ซ็อล ฯ) ผู้บริสุทธิ์ถูกจาบจ้วงให้เสียหาย นั่นย่อมหมายความว่าคำสอนของอิสลามก็หมดความหมายลงไปด้วย ไม่มีความศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไปผู้คนก็จะไม่ให้ความสำคัญต่ออิสลาม และคำว่าอิสลามก็จะหมดคุณค่าในสายตาของสังคมโลก อีกอย่างเป็นการลดบทบาทของมุสลิมในสังโลก เพราะคำว่าอิสลามคือปัญหาสำคัญของสังคมอเมริกาและยุโรป เนื่องจากประชาชนของพวกเขาไม่มีทางออกให้แก่ชีวิต ระบบครอบครัวของพวกเขาล้มเหลว และไร้วัฒนธรรมลงทุกวัน ขณะที่ผู้คนจำนวนไม่น้อยเข้ารับอิสลาม เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้กับชีวิต พวกเขายิ่งทำลายอิสลาม ก็ดูเหมือนว่าอิสลามยิ่งจะเติบโตขึ้นทุกวัน ใครจะคาดคิดว่าการจัดพิธีมุฮัรรอมทั้งในอังกฤษ อเมริกา และเยอรมันจะยิ่งใหญ่ถึงขั้นออมาเดินแ่ห่แหนกันตามท้องถนน วันนี้คำว่า ยาฮุซัยน์ ได้ดังกึกก้องทั่วอเมริกา และยุโรปเป็นภาพและเป็นเสียงที่พวกเขาไม่พึงปรารถนา แต่สิ่งนี้ได้เกิดขึ้นแล้ว คำว่า ยาฮุซัยน์ กลายเป็นสัญลักษณ์สากลสำหรับผู้ที่ได้รับการกดขี่ และนักต่อสู้ดิ้นรนเพื่อสัจธรรมความจริงโดยปริยาย พวกเขาไม่มีทางลบรอยเลือดของฮุซัยน์ให้หมดไปจากโลกได้ เพราะสิ่งนี้เป็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้

ดังที่เป็นข่าวดังไปทั่วโลกว่ารัฐบาลเดนมาร์กได้เขียนการ์ตูนเป็นภาพล้อเรียน ในเชิงลบลู่ดูถูกเหยียดหยามเกียรติยศของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อล ฯ) ทั้งกาลเวลาผ่านล่วงเลยมาถึง 1400 กว่าปีแล้วแต่จนถึงบัดนี้ไม่มีผู้ใดสามารถค้นหาความบกพร่องของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อล ฯ) ได้แม้แต่ประการเดียว ภาพการ์ตูนล้อเรียนท่านศาสดา ได้ถูกตีพิมพ์เผยแพร่ตั้งแต่เดือนกันยายน 2005 ดังรายละเอียดที่หนังสือพิมพ์บางฉบับในประเทศไทยได้ตีพิมพ์ดังนี้

เกาะกระแส ต้านการ์ตูนล้อเลียนศาสดามูฮัมหมัด

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 7 กุมภาพันธ์ 2549 18:47 น.

แม้ว่าหนังสือพิมพ์เดนมาร์ก จะตีพิมพ์ภาพการ์ตูนมาตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา แต่กระแสการต่อต้านแดนโคนม กลับมาบานปลาย และลุกลามใหญ่โต เมื่อปลายเดือนมกราคมนี้เอง เมื่อวารสารของนอร์เวย์ ตีพิมพ์การ์ตูนซ้ำอีกครั้ง และระบาดไปยังหนังสือพิมพ์อีกหลายฉบับในยุโรป จนประเทศในอาหรับออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง ต่อเนื่องด้วยการบอยคอตสินค้า และตามมาด้วยการประท้วงที่ลุกลามใหญ่โตจนเกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน

กันยายน 05 - เหตุการณ์ครั้งนี้เริ่มขึ้นจากหนังสือพิมพ์จูแลนด์-โพสเทน สัญชาติเดนมาร์ก ตีพิมพ์การ์ตูนล้อเลียนศาสดามูฮัมหมัด จำนวน 12 รูป เมื่อเดือนกันยายน ปี 2005 หลังจากนำเผยแพร่ออกมา ก่อให้เกิดกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงจากประเทศมุสลิม โดยได้ทำการประท้วงด้วยวิธีทางการทูตตั้งแต่เมื่อเดือนตุลาคม

ภาพการ์ตูนเหล่านี้เริ่มมาจากบรรณาธิการข่าววัฒนธรรมหนังสือพิมพ์แดนโคนม เชิญนักวาดการ์ตูน 12 คน มาวาดรูปภาพศาสดามูฮัมหมัด ในมุมมองของตัวเอง ซึ่งทุกคนจะได้รับเงินตอบแทนเป็นจำนวนประมาณ 5,000 บาท

มกราคม 06 - สถานการณ์กลับบานปลายมากยิ่งขึ้น เมื่อปลายเดือนมกราคม 2006 วารสารของนอร์เวย์ ตีพิมพ์การ์ตูนเจ้าปัญหานี้อีกครั้ง ส่งผลให้ประเทศมุสลิมในตะวันออกกลางบางแห่ง เรียกทูตกลับประเทศ ขณะที่บางแห่งสั่งปิดสถานทูตของตนเองในกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก

นอกจากนี้ กระแสการ์ตูนล้อเลียนศาสดายังทวีความรุนแรงไม่หยุด เมื่อหนังสือพิมพ์ในฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ฮังการี และสเปน ยังคงตีพิมพ์ภาพการ์ตูนเหล่านี้ จนทำให้หลายประเทศในตะวันออกกลางรวมตัวกันบอยคอตสินค้าจากเดนมาร์ก และจากหลายประเทศในยุโรป

2 กุมภาพันธ์ นายกรัฐมนตรีแอนเดอร์ส ฟอจ ราสมุสเสน แห่งเดนมาร์ก เริ่มทนทานกระแสกดดันจากประเทศมุสลิมไม่ไหว ออกมาขอโทษอย่างไม่เป็นทางการผ่านสถานีโทรทัศน์อัลอะรอบียะห์ แต่ทางด้านหนังสือพิมพ์ก็ยังไม่มีทีท่าจะออกมาขอโทษแต่อย่างใด โดยอ้างว่าเป็นเสรีภาพในการแสดงความเห็นของสื่อ

สหภาพยุโรป หรืออียู ยืนยันในแถลงการณ์ระบุว่า ประเทศในยุโรปมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น โดยในแถลงการณ์ไม่มีการพูดถึงคำขอโทษ หรือแสดงความเสียใจต่อสิ่งทีเกิดขึ้นแต่อย่างใด

5 กุมภาพันธ์ กระแสต่อต้านเดนมาร์กลับเพิ่มมากขึ้น และมีผู้คนรวมตัวประท้วงมากยิ่งขึ้นในหลายประเทศของตะวันออกกลาง เรื่อยมาจนถึงประเทศมุสลิมในเอเชียใต้ และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งลุกลามรุนแรงไปจนถึงขั้นเผาสถานทูตของเดนมาร์กในเลบานอน และซีเรีย และมีผู้ประท้วงเสียชีวิตถึง 3 คน

6 กุมภาพันธ์ - แม้กระทั่งมุสลิมในไทยเองเช่นกันได้ออกมารวมตัวประท้วงด้านหน้าสถานทูตเดนมาร์ก ในประเทศไทย เช่นเดียวกับมุสลิมในส่วนอื่นๆ ของโลก อย่างนิวซีแลนด์ อังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน และอีกหลายประเทศในยุโรป

กระทรวงการต่างประเทศเดนมาร์ก ออกแถลงการณ์เตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังประเทศมุสลิมจำนวน 14 ประเทศ ซึ่งประกอบด้วย อัฟกานิสถาน แอลจีเรีย บาห์เรน อียิปต์ อิหร่าน จอร์แดน ลิเบีย โมร็อกโก โอมาน ปากีสถาน กาตาร์ ซูดาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์

อิหร่านประกาศจัดการแข่งขันวาดภาพการ์ตูนล้อเลียนเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว รัฐบาลเตหะรานได้ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการค้าทุกประเภทกับเดนมาร์ก

7 กุมภาพันธ์ - ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุชได้โทนี แบลร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ และประธานาธิบดีฌาคส์ ชีรัค แห่งฝรั่งเศส ก็โทรศัพท์ไปแสดงความสมานฉันท์กับกับนายกรัฐมนตรี แอนเดอร์ส ฟอจ ราสมุสเสน ของเดนมาร์ก

8 กุมภาพันธ์ - ตำรวจอัฟกานิสถานยิงผู้ประท้วงเสียชีวิตอีก 4 คน

กลุ่มตอลีบันออกแถลงการณ์ให้รางวัลคนที่สามารถสังหารผู้วาดการ์ตูนเป็นทองคำ 100 กก.และให้คนที่สังหารทหารนอร์เวย์ เดนมาร์ก และเยอรมนีเป็ฯทองคำ 5 กก.

9 กุมภาพันธ์ - นักการศาสนาอิหร่านระบุผู้ที่ตีพิมพ์การ์ตูนจะต้องถูกลงโทษ

มาเลเซียสั่งปิดหนังสือพิมพ์ซาราวัก ทริบูนที่ตีพิมพ์การ์ตูนล้อเลียนศาสดาซ้ำ

กระแสต่อต้านเดนมาร์ก และอีกหลายประเทศในยุโรปในครั้งนี้ ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และยังไม่มีทีท่าว่าจะลดน้อยลง ทำให้หลายๆ คนต้องจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ว่า ทางเดนมาร์กและอีกหลายประเทศในยุโรปเองจะออกมาแก้เกมเช่นไร รวมถึงประเทศมุสลิมเองจะใช้แม้ไม้ไหนในการต่อต้านเรื่องราวนี้ /

จนถึงปัจจุบันกระแสต่อต้านการทำลายเกียรติของท่านศาสดา จากประเทสมุสลิมยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดหย่อน และประเทศมุสลิมได้ประกาศยกเลิกสัมพันธ์ทางการทูต และยกเลิกสัญญาการค้า สั่งห้ามบริโภคและซื้อขายสินค้าของเดนมาร์กทุกประเำภท ยกเลิกสัญญาเดินเรือและอื่น ๆ อีกมากมาย แม้รัฐบาลเดนมาร์กจะออกมาขอโทษและยอมรับว่าเป็นการกระทำที่โง่ที่สุด เนื่องจากส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้กับเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งที่รัฐบาลไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นนี้ แต่นั่นก็สายเกินแก้เสียแล้ว

6. สิ่งที่เป็นความโปรดปรานของพระเจ้าจากเหตุการณ์ดังกล่าวคือ ความสามัคคีของพี่น้องมุสลิมทั้งซุนนีย์และชีอะฮฺชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อนในอดีต ซึ่งรัฐบาลอเมริกาก็มิได้คาดคิดมาก่อนเช่นกันว่าเหตุการณ์จะแปรเปลี่ยนไปเช่นนั้น เพราะเมื่อมุสลิมรวมตัวกันได้ดีนั่นเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความหายนะของพวกมหาอำนาจเฉกเช่นอเมริกา ซึ่งเขาทนไม่ได้ที่จะเห็นสิ่งนี้ดำเนินต่อไป ทนไม่ได้ที่จะเห็นความหายนะของตนเอง ทนไม่ได้ที่จะเห็นความพ่ายแพ้ของตน และทนไม่ได้ที่จะเห็นบรรดามุสลิมอยู่กันอย่างสุขสบาย ตามวิสัยของคนเห็นแก่ตัีว มีอคติ และจิตใจเป็นโรค เมื่อไฟแห่งเอกภาพในหมู่มุสลิมถูกจุดให้ลุกโชน ย่อมสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้จุดอย่างแน่นอน ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากมหาโจรอย่าง อเมริการ และยิวไซออนนิสต์ ดูเหมือนว่าเขายิ่งทำลายมอิสลาม ในทางตรงกันข้ามกับเป็นผลดีกับสังคมมุสลิมอย่างทันตาเห็น

7. อเมริการเริ่มวางแผนการใหม่เพื่อดับกระแสความรุนแรง และทำลายความสามัคคีในหมู่มุสลิมที่เกิดขี้นอย่างเฉียบพลันให้พังพินาศ และไม่มีแผนการใดจะดีเยี่ยมไปกว่าการสร้างความแตกแยก และความโกรธแค้นในหมู่มุสลิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างซุนนีย์และชีอะฮฺ แผนการลอบวางระเบิดสถานที่ฝังพระศพของอิมามฮาดีย์ และอิมามฮะซันอัซการีย์จึงเริ่มขึ้นทันที จุดประสงค์สำคัญของการวางระเบิดในครั้งนี้คือ

7.1 เพื่อลดกระแสการต่อต้านของมุสลิมที่มีต่อเดนมาร์ก และประเทศต่าง ๆ ที่ตีพิมพ์ภาพการ์ตูนล้อเรียนท่านศาสดา

7.2 เป็นการเบี่ยงเบนความคิดของมุสลิมไปสู่ปัญหาความขัดแย้งระหว่างนิกาย

7.3 เพื่อสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในสังคมอิสลาม ระหว่างซุนนีย์และชีอะฮ์

7.4 เป็นการทำลายเอกภาพในสังคมมุสลิมให้พังพินาศ เพราะเอกภาพคือความหายนะของอเมริกา

7.5 เพื่อทำลายเสถียรภาพความมั่นคง และความหน้าเชื่อถือของรัฐบาลที่จัดตั้งโดยพรรคเอกภาพของท่านฮะกิม ซึ่งเป็นพรรคที่อเมริกาไม่ปรารถนาให้เกิดขึ้น

8. ทำไมต้องเป็นซามิรออ์

เหตุผลที่เป็นซามิรออ์เนื่องจากว่า จุดประสงค์ของอเมริกาไม่ต้องการสังหารผู้คน เพราะเขาสังหารอยู่ทุกวัน แต่ต้องการทำลายสถานที่ ๆ เป็นจุดแตกหัก ซึ่งไม่มีทีใดเหมาะสมกว่าซามิรออ์ เนื่องจากพลเมืองที่นั่นมีทั้งซุนนีย์และชีอะฮฺเป็นการง่ายต่อการสร้างปัญหาความขัดแย้งให้เกิดขึ้น

เพื่อเป็นการเพิ่มแสความโกรธแค้นให้แก่ชีอะฮฺ เนื่องจากสถานที่ฝังศพดังกล่าวเป็นของอิมามฮะซัน อัซการีย์บิดาของอิมามมะฮฺดีย์ (ขอความสันติพึงมีแด่ท่านทั้งสอง) อิมามที่ชีอะฮ์ทุกคนต่างรอคอย เพื่อพวกเขาจะได้ล้างแค้นมุสลิมฝ่ายตรงข้ามอย่างรุนแรงในฐานะที่สร้างความเจ็บช้ำใจให้กับอิมามของตน

การลอบวางระเบิดในครั้งนี้ถูกวางแผนมาอย่างดี เนื่องจากสองเดือนที่แล้ว (จนถึงวันที่เขียนบทความ 27 กุมภาพันธ์ 2549) ทหารอเมริกาได้ยึดบริเวณสถานที่ฝังพระศพของท่านอิมาม สั่งห้ามมิให้คนนอกเข้าไปเยี่ยมสถานฝังศพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักแสวงบุญชาวอิหร่าน มีการจัดตั้งหน่วยทหารคุ้มกันอย่างหนาแน่น วันที่เกิดเหตุระเบิดมีการจัดการวางระเบิดนานเกินกว่า 6 ชัวโมง ตั้งแต่ 20.00 น.จนถึง 6.00 น. ในตอนเช้า ผู้ที่วางระเบิดเป็นมืออาชีพที่มีความเชื่ยวชาญ เนื่องจากโคมที่ครอบเหนือหลุมศพก่อสร้างด้วยความแน่นหนา แต่ถูกระเบิดพังพินาศชนิดไม่เหลือซากของโดม มีเจตนาเพื่อให้ผู้ศรัทธาที่พบเห็นเกิดความเวทนาสงสาร และทวีความเครียดแค้นใจ คิดที่จะแก้แค้นผู้กระทำมากยิ่งขึ้น

แน่นอน ไม่เป็นที่สงสัยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของอเมริกากับการเดนที่เป็นทาสรับใชั เนื่องจากถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยทหารที่จัดตั้งไว้ ระเบิดจะถูกนำไปวางในสถานที่ฝังศพได้อย่างไร

การคงอยู่ของกองทหารอเมริกามิได้สร้างความมั่นคง และความปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนแต่อย่างใด เพราะในความเป็นจริงพวกเขาคือมหาโจรก่อการร้ายทั่วโลก ที่ไม่เคยปรารถนาดีกับผู้ใดทั้งสิ้น แต่อเมริการผิดหวังอีกเช่นเคย แม้ว่าเขาจะระเบิดสถานที่ฝังศพของอิมามจนพังพินาศ เพื่อสร้างความแค้นใจแก่บรรดามุสลิมนิกายชีอะฮฺ และต้องให้มุสลิมเข่นฆ่ากันเอง

แต่น่าปิติยินดีอย่างยิ่งที่เหล่านักปราชญ์ผู้ทรงคุณวุฒิของชีอะฮฺฉลาดเกินกว่าที่อเมริกาคิดไว้ ไม่ว่าจะเป็น ท่านอายะตุลลอฮฺ อัลอุซมา ซัยยิดอะลี ซิตตานี ในอีรัก และเหล่าบรรดานักปราชญ์ผู้ทรงคุณวุฒิในอิหร่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านผู้นำแห่งโลกอิสลาม อายะตุลลอฮฺ อัลอุซมา ซัยยิดอะลี คาเมเนอีย์ ซึ่งรู้ทันเหตุการณ์ และแผนการร้ายของอเมริกา และยิวไซออนนิสต์อย่างดี ท่านจึงออกสาส์นสั่งห้ามมิให้มุสลิมชีอะฮฺทั่วโลก ก่อการจลาจล หรือทำร้ายพี่น้องมุสลิมซุนนีย์เด็ดขาด เพราะจะทำให้แผนการร้ายของศัตรูอิสลามบรรลุเป้าหมายโดยเร็ว แต่จงค้นหาความจริงจากอเมริกาและยิวไซออนนิสต์ ทันที่คำสั้งของท่านเผยแผ่ออกไปในวันศุกร์นั้นเอง พี่น้องซุนนีย์และชีอะฮฺทั้งในอิรักและอิหร่านได้นมาซญุมุอะฮฺร่วมกัน เพื่อสนองตอบคำสั่งของท่านผู้นำ และเป็นการประกาศให้ศัตรูเห็นอย่างชัดเจนว่าแผนการของเขาไม่ประสบความสำเร็จ

9. เพราะเหตุใดอเมริกาและยิวไซออนนิสต์ต้องมีพฤติกรรมเช่นนี้

พระมหาคัมภีร์อัล-กุรอาน บทอาลิอิมรอน โองการที่ 120 สอนประชาชาติว่า ถ้าความดีอันใดประสบแก่สูเจ้า จะทำให้พวกเขาขมขื่น และถ้าความทุกข์อันใดประสบแก่สูเจ้า พวกเขาจะดีใจต่อสิ่งนั้น แต่ถ้า (ต่อหน้าพวกเขา) สูเจ้าอดทน และสำรวมตนจากความชั่ว แผนการ (ชั่วร้าย) ของพวกเขาจะไม่เป็นอันตรายต่อสูเจ้า แท้จริงอัลลอฮฺ ทรงสกัดล้อมสิ่งที่พวกเขากระทำ

อัล-กุรอาน กล่าวถึงโฉมหน้าที่แท้จริงของอเมริกาและยิวไซออนนิสต์ว่า พวกเขาเป็นพวกกลับกลอก เมื่อพวกเขาพบสูเจ้า พวกเขากล่าว (โกหก) ว่า พวกเราเป็นพวกเดียวกันกับท่านพร้อมที่จะช่วยเหลือท่านเสมอ ต่อหน้าพวกท่าน พวกเขาแสร้งเป็นให้เกียรติพวกท่าน แต่เมื่อพวกเขาอยู่ตามลำพัง พวกเขาก็กัดปลายนิ้วมือ ด้วยความเคียดแค้นต่อสูเจ้า ซึ่งความเคียดแค้นที่พวกเขามีจะไม่มีวันถูกถอดถอนออกไป จนกว่าจะถึงวันแห่งการฟื้นคืนชีพ พวกท่านไม่รู้หัวใจของพวกเขาหรอกว่าคิดอย่างไรกับท่าน แต่พระเจ้าทรงรอบรู้สิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ในใจของพวกเขา

สัญลักษณ์ของความอคติ และการเป็นศัตรูของอเมริกาและยิวไซออนนิสต์ ก็คือเมื่อใดที่มุสลิมประสบความสำเร็จ พวกเขาจะขมขื่น แต่ถ้าเมื่อใดที่พวกท่านตกทุกข์ได้ยากพวกเขาจะดีใจ ดังที่เห็นได้ว่าเมื่อพรรคเอกภาพของท่านฮะกิม หรือกลุ่มฮามาสในปาเลสไตน์ชนะการเลือกตั้งทั่่วไป พวกเขาเกือบจะเป็นบ้าเป็นหลัง จึงได้ร่วมมือกันวางแผนการชั่วร้ายต่าง ๆ นานา เช่น ประธานาธิบดีสหรัฐขู่บังคับให้ปาเลสไตน์ยอมรับรัฐบาลของยิวไซออนนิสต์ ถ้าไม่ยอมรับจะตัดความช่วยเหลือทั้งที่ไม่เคยช่วยเหลือนอกจากซ้ำเิติม ท่านลองคิดดูซิว่า จะให้ปาเลสไตน์ยอมรับโจรปล้นชาติบ้านเมือง ขับไล่และยึดแผ่นดินของพวกเขา อีกทั้งเข่นฆ่าลูกหลานของพวกเขาไม่เว้นแต่ละวันนานเกินกว่า 50 ปี เป็นมิตรได้อย่างไร ครั้นเมื่่อรัฐเซียเชิญหัวหน้าฮามาส ให้มารัสเซียอย่างเป็นทางการ ก็ถูกสหรัฐประณามทันที่ว่า รัสเซียเป็นชาติหักหลัง เป็นสุนัขลอบกัดเพราะแสดงท่าที่เป็นมิตรกับศัตรูของสหรัฐ

หรือแม้แต่การนำพลังงานนิวเคลียไปใช้เพื่อพัฒนาด้านวิชาการของอิหร่าน ก็ได้รับการกลั่นแกล้ง และกีดขวางโดยสหรัฐมาตลอดทั้งที่สหประชาชาติ และทั่วโลกต่างเห็นพร้องต้องกันว่า เป็นสิทธิอันชอบธรรมของอิหร่าน ขณะที่ประเทศอื่นทั่วโลกก็มีไม่เป็นไร แต่อิหร่านจะมีบ้างไม่ได้ มิหนำซ้ำสหรัฐยังกล่าวแบบไม่มียางอายว่า อิหร่านมีน้ำมันไม่มีความจำเป็นต้องพัฒนาด้านนิวเคลียในตอนนี้ ฉะนั้น อิหร่านอยากได้อะไร ให้สั่งซื้อจากเราก็ได้ แล้วค่อยผลิตเองภายหลัง ซึ้งทั้งอเมริกาและยิวไซออนนิสต์ ไ่ม่ปรารถนาเห็นคนอื่นได้ดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มมุสลิม เพราะจะทำให้พวกเขาขมขื่น แต่ถ้าพวกท่านตกทุกช์ได้อยาก พวกเขาจะดีใจมาก

10. มุสลิมควรทำอย่างไรกับเหตุการดังกล่าว

อัล-กุรอาน ย้ำเน้นอีกว่าความปลอดภัยของสังคมอิสลาม จากแผนการร้ายของศัตรูอยู่บนเงื่อนไขที่ว่า ต้องอดทน ตื่นตัว และความสำรวมตนจากความชั่ว

พระเจ้าทรงเตือนสติมุสลิมให้ใคร่ครวญ ดังที่กล่าวไปแล้ว และที่สำคัญไปกว่านั้นอย่านำเอาศัตรูมาเป็นมิตรสนิท และเปิดเผยความลับให้พวกเขาได้รับรู้ หรือให้เขาได้รับรู้การเคลื่อนไหวภายในสังคม นี่คือสัญญาณอันตราย ที่พระองค์ทรงเตือนมุสลิมทั้งหลาย และเป็นหน้าที่ของมุสลิมทุกคนที่ต้องตื่นตัวตลอดเวลาในทุกยุคทุกสมัย เนื่องจากศัตรูไม่เคยหลับใหล และไม่วายลดละความพยายามที่จะทำลายมุสลิม

ดังนั้น หน้าที่ของมุสลิมในเวลานี้คือ

- เชื่อฟังปฏิบัติตามคำสั่้งของ ท่านอายะตุลลอฮฺ อัลอุซมา ซัยยิดอะลี คาเมเนอีย์ ผู้นำโลกอิสลามอย่างแคร่งครัด อย่าก่อการจราจลเด็ดขาด

- อดทนอดกลั้นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้ว่าจะขมขืนเพียงใดก็ตาม

- แสดงความสำรวมตนต่อพระเจ้า เนืองจากพระองค์ตรัสว่า (ต่อหน้าพวกเขา) สูเจ้าอดทน และสำรวมตนจากความชั่ว แผนการ (ชั่วร้าย) ของพวกเขาจะไม่เป็นอันตรายต่อสูเจ้า